เทคนิคในการทำผลงานทางวิชาการ
เทคนิคในการทำผลงานทางวิชาการ
: เทคนิคพื้นฐานสำหรับการทำผลงานวิชาการ
* ศาสตราจารย์
ดร.วิโฬฏฐ์ วัฒนานิมิตกูล
ในเบื้องต้นก่อนที่จะได้นำเสนอรายละเอียดของเทคนิคในการทำผลงานทางวิชาการ
ผู้เขียนขอกำหนดนิยามของคำว่า “เทคนิคในการทำผลงานทางวิชาการ” ที่ใช้ในบทความนี้ ดังนี้
“เทคนิคในการทำผลงานทางวิชาการ
หมายถึง กลวิธีต่าง ๆ ที่ใช้เสริมกระบวนการ หรือขั้นตอน หรือการกระทำใด ๆ
เพื่อช่วยให้กระบวนการ ขั้นตอนหรือกิจกรรมการทำผลงานทางวิชาการนั้น ๆ
มีคุณภาพและประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น”
จากนิยามดังกล่าว
ในการนำเสนอเทคนิคการทำผลงานทางวิชาการในครั้งนี้ จึงเป็นการบอกเล่าถึง กลวิธีต่าง
ๆ ที่ผสมผสานไปกับกระบวนการหรือขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำผลงานทางวิชาการที่ต้องจัดกระทำอยู่แล้ว
หากแต่เพิ่มกลไกบางอย่างเข้าไปเพื่อให้เกิดคุณภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น
สำหรับเทคนิคพื้นฐานสำหรับการทำผลงานทางวิชาการนั้น
ขอนำเสนอใน 2 เทคนิค คือ 1)เทคนิคการเตรียมความพร้อมในการจัดทำผลงานทางวิชาการ 2) เทคนิค
“การกำหนดหัวใจความสำเร็จ” โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. เทคนิคการเตรียมความพร้อมในการจัดทำผลงานทางวิชาการ
เทคนิคการเตรียมความพร้อมในการจัดทำผลงานทางวิชาการนับว่าเป็นเทคนิคพื้นฐานที่ผู้จัดทำผลงานทางวิชาการสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความพร้อมให้แก่ตนเองก่อนที่จะเริ่มลงมือจัดทำผลงานทางวิชาการ ประกอบด้วย 3 ขั้น ดังนี้
ขั้นที่ 1
การเรียนรู้และทำความเข้าใจ
ในขั้นนี้ผู้จัดทำผลงานทางวิชาการต้องศึกษา
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์วิธีการแต่งตั้งให้บุคคลดำรงตำแหน่งทางวิชาการ
แบบฟอร์มต่าง ๆที่เกี่ยวข้อง เช่น แบบคำขอรับการพิจารณากำหนดตำแหน่งทางวิชาการ
(ก.พ.อ.03) เป็นต้น ลักษณะของผลงานทางวิชาการประเภทต่าง
ๆ รวมทั้งแบบประเมินผลงานทางวิชาการ
เพื่อให้มีความชัดเจนในการนำไปวางแผนการปฏิบัติงาน
ขั้นที่ 2
การวางแผนทำผลงานทางวิชาการ
ในขั้นนี้ผู้จัดทำผลงานทางวิชาการต้องกำหนดขอบข่ายของงานที่จะทำว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง
งานในแต่ละส่วนต้องทำอะไร อย่างไรบ้าง และต้องใช้เวลานานเท่าไรในการจัดทำ
โดยอาจจัดทำในรูปของแผนปฏิบัติการเพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินการที่ชัดเจนทั้งในรายการปฏิบัติและช่วงเวลาในการปฏิบัติงาน
ขั้นที่ 3
การลงมือปฏิบัติงานตามแผน
ในขั้นนี้ผู้จัดทำผลงานทางวิชาการดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง หมั่นตรวจสอบการดำเนินงานให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด
อย่างไรก็ตามสามารถปรับหรือยืดหยุ่นแผนดังกล่าวได้ตามความเหมาะสม
2. เทคนิค “การกำหนดหัวใจความสำเร็จ”
ในทัศนะของผู้เขียนนั้นการทำผลงานวิชาการให้ประสบผลสำเร็จ ผู้ทำผลงานควรเข้าใจถึง “หัวใจของความสำเร็จการทำผลงานทางวิชาการ” ซึ่งนับว่าเป็นกลไกสำคัญที่จะเป็นทั้งปัจจัยพื้นฐาน กระบวนการ แรงผลักดัน และเงื่อนไขหลักที่นำพาความสำเร็จมาสู่ผู้ทำผลงานทางวิชาการ อย่างไรก็ตามหัวใจความสำเร็จดังกล่าวต้องได้รับการกำหนดจากผู้ทำผลงานวิชาการเอง ในที่นี้จะได้นำเสนอ “เทคนิคการกำหนดหัวใจความสำเร็จ” ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การตั้งเป้าหมายและวางแผน ในขั้นนี้ขอให้ผู้จัดทำผลงานทางวิชาการปฏิบัติดังนี้
1.2
การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของการจัดทำผลงานทางวิชาการ
โดยพิจารณาจากสาขาวิชาที่ขอกำหนดตำแหน่ง ประเภทของผลงานทางวิชาการ
ขั้นตอน/ลำดับการทำผลงาน ประสบการณ์ที่สั่งสมมา เป็นต้น
แล้วจึงกำหนดประเภทของผลงานที่จะจัดทำ
1.3 กำหนดเป้าหมายของการทำผลงานทางวิชาการ
ทั้งในด้านปริมาณงานและระยะเวลา
1.4 จัดทำเป็น
“แผนปฏิบัติการในการจัดทำผลงานทางวิชาการ”
โดยระบุกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับการทำผลงานทางวิชาการ
และช่วงระยะเวลาในการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุตามที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ตามเพื่อให้แผนปฏิบัติการดังกล่าวมีความเป็นไปได้มากที่สุด
ผู้จัดทำผลงานทางวิชาการอาจเพิ่มกลไกในการควบคุม เช่น
การเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการจัดทำผลงานทางวิชาการของมหาวิทยาลัย คณะ
หรือสาขาวิชาซึ่งจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงาน และได้รับการตรวจสอบติดตาม เป็นต้น
นอกจากนั้นในส่วนของผู้จัดทำผลงานทางวิชาการ ควรให้ความสำคัญต่อการตรวจสอบการปฏิบัติงานของตนเองตามแผนปฏิบัติการเป็นระยะ
ๆ ด้วย
ขั้นตอนที่ 3 การประสานหน่วยปฏิบัติงาน “งานกำหนดตำแหน่งวิชาการ”
ในขั้นนี้
เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามวิธีการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ
กล่าวคือ เป็นขั้นตอนที่ผู้จัดทำผลงานทางวิชาการต้องจัดทำเอกสารและผลงานทางวิชาการ แบบคำขอ (ก.พ.อ.03) เอกสารประกอบการสอนหรือคำสอน และผลงานทางวิชาการต่าง
ๆ จึงเป็นการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างผู้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการกับ “งานกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ” ของสถาบันการศึกษาในกิจกรรมดังต่อไปนี้
1) การเสนอแบบคำขอกำหนดตำแหน่ง (ก.พ.อ.03)
2) การนัดหมายการสอบประเมินความสามารถการสอน
และเอกสารประกอบการสอน/หรือคำสอน
3) การจัดส่งผลงานทางวิชาการไปนำเสนอผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งดำเนินการโดย “งานกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ”
4)
การประสานงานระหว่างผู้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการกับหน่วยงานปฏิบัติงานต่าง ๆ
ฯลฯ
ดังนั้นผู้จัดทำผลงานทางวิชาการควรศึกษาวิธีการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการให้เข้าใจชัดเจน
เพื่อให้การประสานกับหน่วยปฏิบัติต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว
ขั้นตอนที่
4 การตั้งรับกับผลที่เกิดขึ้น
(ด้วยความพร้อม)
ผู้เขียนหวังว่า
เทคนิคดังกล่าวข้างต้นทั้ง 2 เทคนิค จะเป็นกลไกหนึ่งที่เอื้ออำนวยในการจัดทำผลงานทางวิชาการให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ
อันจะส่งผลให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการตามที่มุ่งหวังไว้ทุกประการ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น